บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยภาพ Honda City ใหม่ อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย โดยเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์การเป็นเจ้าของล่วงหน้าระหว่างวันที่ 22 พ.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 พร้อมรับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท** ก่อนเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษเร็ว ๆ นี้! โดดเด่นด้วยลุคใหม่ที่อัปความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบ Clear lens ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่!* ตอบโจทย์ที่ลูกค้ามองหา อาทิ ใหม่! ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ใหม่! ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ใหม่! อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ให้คุณสะท้อนตัวตนได้อย่างแตกต่าง กับทางเลือก 2 สไตล์ ทั้งซีดาน และแฮทช์แบ็ก 5 ประตู กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ทั้งระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid มอบสมรรถนะการขับขี่สนุกเร้าใจและขุมพลัง VTEC TURBO ขับสนุกทุกย่านความเร็ว เร่งแซงทันใจ พร้อมปรับโฟกัสสู่ไลน์อัปไฮบริด เพิ่ม ! รุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดและให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์รถไฮบริดของฮอนด้าในกลุ่มซิตี้คาร์ได้ง่ายกว่าเดิม Honda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก มาพร้อมทางเลือกรุ่นละ 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV 3 รุ่นย่อย รุ่น e:HEV RS – จัดเต็มทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทั้งสายสมรรถนะและสไตล์ รุ่น e:HEV SV – ครบครัน คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน ใหม่! รุ่น e:HEV V […]
ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นในสนามแข่งรถทางเรียบต่อเนื่องปีที่ 7 โดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR เตรียมนำรถแข่งกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 3.0 ลิตร เทอร์โบ สามคัน ลงสนาม พร้อมเปิดตัวสองนักแข่งมืออาชีพที่มาร่วมเสริมทัพกับแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค สร้างความเร้าใจในนัดเปิดฤดูกาลของไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2569 รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 การแข่งขันในรุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ ปีนี้ ทีม FTR ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรพัฒนารถแข่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 3.0 ลิตร เทอร์โบสามคัน แสดงสปิริตดีเอ็นเอสายพันธุ์แข่ง ภายใต้นิยาม ‘Racing DNA’ ผ่านความเร็วและสมรรถนะความทนทานของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสำหรับสนามทางเรียบ ควบคู่กับระบบช่วงล่างที่วิศวกรโรงงานฟอร์ดได้ร่วมพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของสนามแข่ง ด้านลวดลายภายนอกของรถแข่งทั้งสามคัน ยังได้รับการดีไซน์ที่แตกต่าง สะท้อนความแรง เร้าใจ (Thrill) รวมทั้งสไตล์การปรับจูนรถของทีมพัฒนารถ และบุคลิกของนักแข่งทีม FTR ทั้งสามคน นักแข่งรถมืออาชีพในนามทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ฤดูกาลแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ […]
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศวิสัยทัศน์ “GWM ONE” เพื่อรับมือการแข่งขันที่เข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ซึ่งมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย ‘ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์’ โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการยืนหยัดในความเป็นจริงทางเทคโนโลยี และการรักษาคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด อันเป็นรากฐานที่มั่นคงที่สุดของธุรกิจและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความไว้วางใจในระยะยาวจากผู้ใช้งานทั่วโลก Return to the Essence: การกลับสู่แก่นแท้ คือคำตอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ GWM มองว่า “การกลับสู่แก่นแท้” (Return to the Essence) คือคำตอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการให้ความสำคัญกับพื้นฐานอันเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ โดยมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของตัวรถ ความปลอดภัย และความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน มากกว่าเพียงแค่การนำเสนอฟีเจอร์ล้ำสมัยที่เกินความจำเป็น ระบบดีเซลไฮบริด และ เครื่องยนต์ V8 Hi4โดยแนวคิด GWM ONE (Guiyuan) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทั้งปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี และกรอบกลยุทธ์สำหรับการขยายตัวในระดับโลก แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน “การกลับสู่พื้นฐานใน 3 ด้าน” ได้แก่ การกลับสู่แก่นแท้ของอุตสาหกรรมยานยนต์ การกลับสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ และการกลับสู่จุดเริ่มต้นของผู้สร้าง ควบคู่กับ “4 รากฐานสำคัญ” คือ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ความจริงทางเทคโนโลยี รากฐานทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมย้ำว่าการสร้างความเชื่อมั่นผ่านคำมั่นสัญญาที่ชัดเจน คือรากฐานสำคัญของความสำเร็จในยุคที่กระแสสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา GWM […]
ในสายการผลิตรถยนต์ การควบคุมปัจจัยต่างๆ หรือ Factor Control อาจดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เลือกที่จะลงรายละเอียดให้ลึกกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลจากการผลิตประจำวันให้กลายเป็น ‘องค์ความรู้สะสม’ ที่ต่อยอดได้จริง โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เอฟทีเอ็มเก็บและวิเคราะห์รายละเอียดกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายเดียวคือ การค้นหาและรักษามาตรฐานงานสีที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน เมื่อ ‘สีรถ’ คือความละเอียดอ่อนที่มองข้ามไม่ได้ ในห้องพ่นสีของฟอร์ด สภาพแวดล้อมคือตัวแปรที่สำคัญมาก สีรถมีความอ่อนไหวสูงและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทีมงานของฟอร์ดจึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัย (Factors) เหล่านี้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้งานพ่นสีมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศหรือฤดูกาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเป้าหมายไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์ แต่คือการรักษา ‘Sweet Spot’ ของคุณภาพงานพ่นสี แทนที่จะตั้งเป้าแค่การควบคุมค่าต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (Tolerance) ที่ถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เอฟทีเอ็มเลือกเดินไปไกลกว่านั้น ทีมพ่นสีมองหาสภาวะที่ดีที่สุด หรือ ‘Sweet Spot’ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกปัจจัยทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว จนได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณภาพสูงสุด “ในแต่ละวัน จะมีช่วงเวลาที่ปัจจัยต่างๆ ลงตัวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด” วันรพี เรืองฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมควบคุมกระบวนการผลิต แผนกพ่นสี อธิบาย “การรักษา ‘Sweet Spot’ ให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับคุณภาพงานสี ลดความแปรผันในกระบวนการ และส่งผลให้ขั้นตอนถัดไปดำเนินไปได้อย่างราบรื่น […]
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย รังสรรค์ผลงานศิลปะผ่าน Façade Lighting Display บนแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ในพื้นที่ของเซ็นทรัลชิดลม โดยผสานการสื่อสารผ่านสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) เข้ากับนวัตกรรมแสงสีและเทคโนโลยีดิจิทัล เปลี่ยนอาคารเซ็นทรัลชิดลมให้กลายเป็น Digital Canvas หรือผืนผ้าใบดิจิทัลขนาดยักษ์ ถ่ายทอดแอนิเมชันสุดล้ำที่สื่อสารถึงแบรนด์และคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN” เพื่อต่อยอดกระแสของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดอย่าง The all-new electric CLA ภายในงาน “Electrify Your Style” พร้อมเตรียมจัดงาน “Defining Electric: Engineered For Today.” กับข้อเสนอส่วนลดสูงสุดถึง 1.69 ล้านบาท* สำหรับรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด ในระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น G The Storeys Square, One Bangkok ไฮไลต์สำคัญของ Façade Lighting Display ในครั้งนี้ คือการใช้เทคนิค Adaptive Typography ที่สร้างความเคลื่อนไหวให้กับตัวอักษรอย่างมีชีวิตชีวา ทำให้การเปลี่ยนฉากเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ พร้อมย้อมตึกเซ็นทรัลชิดลมด้วยสีแดง Patagonia Red ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของ The all-new electric CLA โดยการเลือกโลเคชั่นเป็นเซ็นทรัลชิดลมถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการรับรู้ของคนเมืองในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำที่ช่วยสร้างสีสันและประสบการณ์สุดแปลกใหม่ให้กับผู้ที่สัญจรไปมาท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักใจกลางเมือง นอกจากนี้ ภายในงาน “Electrify Your Style” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าชม และทดลองขับ The all-new electric CLA ตลอดทั้งวัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบ City Drive สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ก่อนที่รุ่นผลิตในประเทศจะพร้อมส่งไปที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ […]
GWM (Thailand) ประกาศเปิดสายการผลิต GWM ORA 5 รถยนต์ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม One Platform, Multi Powertrains แพลตฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกค้าอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานอัจฉริยะ (GWM Smart Factory) จังหวัดระยอง พร้อมเริ่มส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ฝีมือคนไทยที่ได้มาตรฐานโลกสู่ลูกค้าคนไทยพฤษภาคมนี้ เหมิง เซียงจวิน (Meng Xiangjun) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต GWM กล่าวว่า “GWM มุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันการเดินทางที่อัจฉริยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก โดย GWM ORA 5 ที่ออกจากสายการผลิตในวันนี้เป็นรถที่พัฒนาขึ้นบน แพลตฟอร์ม GWM ONE Platform แพลตฟอร์มเดียวที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยแพลตฟอร์มนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านการใช้อะไหล่มาตรฐานเดียวกันในระดับสูง ซึ่งมาพร้อมคุณภาพที่เสถียรและความคุ้มค่า สำหรับความสำเร็จในการเปิดสายการผลิต ORA 5 คันแรกในวันนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของบริษัทฯ และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการหยั่งรากลึกในประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเรา” มร. เหมิง กล่าว พร้อมส่งมอบ GWM ORA 5 ถึงมือลูกค้าคนไทย เริ่มพฤษภาคมนี้ GWM ORA 5 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในฐานะ Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่เข้ากับระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบพลังงาน ได้แก่ GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต และ GWM ORA 5 HEV ยานยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ที่มอบความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการใช้งาน เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวเน้นย้ำว่า “โรงงาน GWM Smart Factory ในจังหวัดระยอง คือฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวของ GWM ที่พร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารวมทั้งส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วทาง […]
Motor Mall โชว์รูมใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ บนถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร–นวมินทร์) โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 3,500 ตารางเมตร และรองรับการให้บริการด้วย Service Bay จำนวน 6 ช่องซ่อม ทั้งนี้การออกแบบโชว์รูมยึดแนวคิด Customer Journey เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากโชว์รูมทั่วไปที่มักให้ความสำคัญกับมุมมองด้านการดำเนินงานเป็นสำคัญ Motor Mall เลือกพัฒนาพื้นที่โดยยึดประสบการณ์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมตั้งแต่การรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย การติดต่อสอบถาม การสื่อสารผ่านแชท การนัดหมาย ไปจนถึงประสบการณ์การเข้าชมรถยนต์ภายในโชว์รูม ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ Customer Lounge รองรับลูกค้าอย่างสะดวกสบาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ระดับ First Class โดยทุก Touchpoint ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008 และ ISO 9001:2015 ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี ตอกย้ำถึงมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพในระดับสากล พร้อมทั้งได้รับรางวัล Retail Experience Award จาก Asia Automotive Association รวมถึงรางวัลจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และรางวัลผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วดีเด่น ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความเป็นเลิศทั้งในด้านสินค้าและการให้บริการอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ Motor Mall ยังเป็นพันธมิตรกับ Petronas ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Mercedes-AMG F1 Team พร้อมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายอะไหล่แท้อย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ Part Pro Plus ของ Mercedes-Benz Thonburi (ธนบุรีพานิช) สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้พัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว Ceramic Glass Coating ภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยร่วมพัฒนาสูตรกับผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและการดูแลพื้นผิวรถยนต์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทยมากที่สุด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอย่างครบวงจร […]
ล่าสุด GWM ในงาน Auto China 2026 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ณ ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวคิดหลักภายใต้กรอบ “Return to Essentials and Grounded in Truth” หรือ “กลับสู่แก่นของยานยนต์ และตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง” พร้อมถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและนวัตกรรมผ่านกลยุทธ์ใหม่ด้วยเพลตฟอร์ม GWM ONE โดยมี “ความน่าเชื่อถือของแบรนด์” เป็นแกนกลางของการสื่อสาร แนวคิดดังกล่าวสะท้อนมุมมองของ GWM ที่มุ่ง “กลับสู่แก่นแท้ของยานยนต์” โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความทนทาน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างมีความรับผิดชอบ และย้ำว่าคุณค่าที่แท้จริงต้องเป็นเทคโนโลยีที่ “เชื่อถือได้และพิสูจน์ได้จริง” จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานทั่วโลก ในงาน Auto China 2026 ทาง GWM ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีครอบคลุมตั้งแต่เครื่องยนต์ V8 4.0T ที่พัฒนาเอง แพลตฟอร์มยานยนต์ GWM ONE S ระบบไฮบริดอัจฉริยะ Hi4 เทคโนโลยีแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงระบบ AI ช่วยขับขี่ สะท้อนปรัชญาการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยึด “การใช้งานจริง” เป็นหัวใจ ครอบคลุมยานยนต์หลายเซกเมนต์และระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วโลกอย่างแท้จริง […]
Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) ประกาศเปิดตัวผลงานคัสตอมรุ่นล่าสุด “Urban Striker” ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของ Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 โดยเป็นผลงานจากฝีมือของ Apollo Garage ประเทศไทย พร้อมกันนี้ Royal Enfield ยังได้ร่วมกับ Fairtex เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งนี้ด้วยไลน์สินค้าพรีเมียมและเครื่องแต่งกายสุดพิเศษกับนิยามแห่งจิตวิญญาณนักสู้บนท้องถนน Urban Striker พัฒนามาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ซึ่งเป็นรถที่ถ่ายทอดนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ได้เฉียบคมและทรงพลัง ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนถึงจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยตัวรถเป็นสัญลักษณ์ของทัศนคติที่ขบถ ไม่เกรงกลัวใคร และเปี่ยมด้วยพลังของโลกสตรีท ‘Urban’: เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติคือตัวตนของผู้ขับขี่ ‘Striker’: จับเอาแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทยมาไว้บนตัวรถ Urban […]
Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดพิธีเฉลิมฉลองการเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดโรงงานผลิตในประเทศไทยของ Chery Group ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ด้านการผลิตในประเทศ (Localization) และวิสัยทัศน์ระยะยาวในการขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางในประเทศไทย เฉิน ชุนชิง (Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า “ในวันนี้ ผมขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก” Chery Group ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่ง พันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 ราย และเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 […]
ตลาดรถกระบะในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “กระบะพลังงานใหม่” เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนการใช้งานระยะยาว” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงมีความผันผวน GEELY RIDDARA ในฐานะผู้เล่นในตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ มองว่า แนวโน้มดังกล่าวไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็น “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ของตลาดรถกระบะไทย จากเดิมที่ยึดติดกับเครื่องยนต์สันดาป สู่การเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริงมากขึ้น ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดรถกระบะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มองรถกระบะเป็น “เครื่องมือทำมาหากิน” ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการ SME เกษตรกร ไปจนถึงภาคก่อสร้างและโลจิสติกส์ ทำให้ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้รถ ไม่ได้อยู่ที่ภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เน้นไปที่ “ความคุ้มค่า ความทนทาน และต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน” ในบริบทนี้ กระบะพลังงานใหม่เริ่มเข้ามาตอบโจทย์ได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ต้นทุนพลังงานที่ควบคุมได้ลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าจากโครงสร้างระบบขับเคลื่อนที่เรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งานที่ต่อยอดได้เช่น การจ่ายไฟภายนอก รองรับงานภาคสนามหรือธุรกิจเคลื่อนที่ คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้รถกระบะพลังงานใหม่ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “รถทางเลือก” อีกต่อไป แต่เริ่มถูกพิจารณาในฐานะ “เครื่องมือทำงานรูปแบบใหม่” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่จัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีแบรนด์ยานยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 40 แบรนด์เข้าร่วมจัดแสดง รวมรถกว่า 45,983 คัน และมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 1.62 ล้านคนตลอดระยะเวลาการจัดงาน ภายในงานครั้งนี้ GEELY RIDDARA (ริดดารา) ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทำยอดจองรวมได้กว่า 2,569 คัน สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของรถกระบะพลังงานใหม่ในตลาดประเทศไทยที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม […]
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ Gen Z เทใจให้ ด้วยการคว้ารางวัล ‘GEN Z TOP BRAND AWARD 2026’ ในหมวด Automotive สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีต่อแบรนด์ฮอนด้าอย่างแท้จริง โดยเป็นผลจากการสำรวจเชิงลึกโดยเว็บไซต์ BrandBuffet สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ที่มุ่งเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งอ้างอิงการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 3,000 คน ครอบคลุมทั้ง Gen X , Gen Y และ Gen Z จากทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินถึงความแข็งแกร่ง รวมถึงความหมายของแบรนด์ในใจผู้บริโภค ที่จะสะท้อนทิศทางของตลาดและบทบาทสำคัญของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในฐานะกุญแจสู่การสร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางยุคของคนรุ่นใหม่ที่มีตัวเลือกอย่างไม่จำกัดและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ปัจจุบันรถยนต์จึงเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ ฮอนด้า จึงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่ง โดยไม่เพียงพัฒนาเทคโนโลยีที่มอบความสนุกในการขับขี่ แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่น ผ่านการพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและคุณภาพที่สัมผัสได้จริง พร้อมออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ให้ใช้งานง่าย สะดวกสบาย และส่งมอบความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ความรู้สึกได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ความไว้วางใจเหล่านี้ได้ถูกนำมายกระดับความเชื่อมโยงผ่านการถ่ายทอด Honda Brand Story เพื่อสื่อสารว่าฮอนด้า ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่คนรุ่นใหม่นึกถึง แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนให้กล้าออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ รัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ […]






