Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% วิ่งไกล 530 กิโลเมตร(NEDC) 
Mar 5, 2026

Honda e:N2 มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 และระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT อีกทั้งฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) และกระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร** (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด พร้อมครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold

Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม

ไฮไลต์ข้อมูล ‘Honda e:N2’

ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยทรงสปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback ภายใต้แนวคิด ‘Knives Out’ เน้นการใช้เส้นสายที่เฉียบคม มาพร้อม

  • กระจังหน้าและกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถในดีไซน์ Grille-less สะท้อนเอกลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้า
  • ช่องชาร์จแบตเตอรี่ด้านข้าง พร้อมไฟแสดงสถานะการชาร์จ ที่ทำให้รู้ถึงสถานะการชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
  • หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด
  • ใหม่! สัญลักษณ์ H-mark พร้อมไฟเรืองแสง
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ใหม่มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน
  • ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกด้านหลังแบบ Privacy
  • ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
  • กระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
  • สปอยเลอร์หลัง
  • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
  • มาพร้อมทางเลือกสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่สีขาว
    ไดมอนด์ดัสต์ (มุก
    ) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม

ภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย มอบความสะดวกสบาย ผ่อนคลายในทุกที่นั่ง มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีที่พร้อมเติมเต็มสุนทรียะในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น

  • ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์
  • ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ใหม่เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
  • ใหม่ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่
    (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5
  • ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
  • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster

อีกทั้งหลากหลายเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ

  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยสุนทรียะแห่งดนตรี
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย มอบประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ใช้งานง่าย ควบคุมและสั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 2 ตำแหน่งและด้านหลัง 2 ตำแหน่ง)
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
  • กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ

  • ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง
  • มาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ

  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
  • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ถุงลมกลางด้านหน้า
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
yodel

yodel
โยเดลผู้มาจากดาวอังคาร เราคือผู้ชื่นชอบเรื่องรถยนต์ ท่องเที่ยว กินดื่ม แต่ก็ยังรักการปั่นจักรยานเพราะสามารถพาไปท่องเที่ยว กินดื่มได้เหมือนกัน...วันว่างยังชอบดูหนัง ฟังเพลง และที่ขาดไม่ได้คือวาดภาพ และประกอบแบบจำลอง... IG: instagram.com/yodel FB: facebook.com/yomodels

Subscribe me