
อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่และการบริการระดับพรีเมียมแก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมาพร้อมสะท้อนบทบาทผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ระดับหรูในตลาดประเทศไทย โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการเฉลิมฉลองในปีนี้ คือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กร
การเปิดตัว Defender 110 Trophy Edition ในวาระครบรอบ 10 ปี ไม่เพียงเป็นการนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษสู่ตลาดไทยเท่านั้น หากยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จและความเชื่อมั่นของ อินช์เคป (ประเทศไทย) ในการทำตลาดรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่สองด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีและประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Defender 110 Trophy Edition ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมอุปกรณ์เสริมเพื่อการผจญภัย ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการเดินทาง โดยมีตัวเลือกสีตัวถัง 2 สีสุดพิเศษ ได้แก่
- Deep Sandglow Yellow สีเหลืองอำพันที่ถูกตีความใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของรถแข่ง Trophy ในอดีต
- Keswick Green สีเขียวเข้ม สื่อถึงการเดินทางสำรวจชนบทของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของ Defender
ตัวถังภายนอกตกแต่งด้วยสีดำเงา (Gloss Black) ในจุดสำคัญ อาทิ ฝากระโปรงหน้า ชายตัวถังด้านล่าง และคาลิปเปอร์เบรก เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดุดันและโดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงห่วงลากด้านหลังสีดำเงา นอกจากนี้ ยังตกแต่งด้วยสติกเกอร์ดีคอล Trophy บนฝากระโปรงหน้า กราฟิกเสา C และตราสัญลักษณ์ Trophy บริเวณด้านหลัง เสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว สีดำเงา จับคู่กับยางออลเทอร์เรน (All-Terrain Tires) ที่ให้การยึดเกาะถนนอย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมแผ่นกันรอยด้านท้ายรถสีเข้ม แผงป้องกันซุ้มล้อสีดำเงาและแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถด้านหน้าสีดำ
การตกแต่งภายนอกยังติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม อาทิ แร็คหลังคา Expedition Roof Rack บันไดหลังคาแบบพับได้สีดำ ที่วางสัมภาระด้านข้างสีดำเงา เหมาะสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ที่เปื้อนโคลน เปียกน้ำ หรือมีทรายติด รวมถึงบังโคลนหน้า–หลังแบบคลาสสิก และช่องรับอากาศแบบยกสูงสำหรับช่วยกรองฝุ่น
ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีต ตอกย้ำเอกลักษณ์ความเป็นรุ่นพิเศษด้วยแผ่นกันรอยสลักคำว่า “Trophy” พร้อมระบบไฟส่องสว่างเพิ่มบรรยากาศพรีเมียม เบาะนั่งหุ้มหนังคุณภาพสูงโทนสี Ebony Windsor ให้สัมผัสนุ่มสบายและทนทานต่อการใช้งานหนัก เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศแบบแยก 3 โซน ระบบฟอกอากาศและเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ กระจกมองหลังดิจิทัล ClearSight, Head-up Display, พวงมาลัยปรับไฟฟ้า, หลังคาพาโนรามาเลื่อนเปิดได้, ช่องแช่เย็นบริเวณคอนโซลกลาง, ไฟหน้า Matrix LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights (DRL), ระบบแจ้งเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมล้อ เป็นต้น
Land Rover Defender 110 Trophy Edition เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยราคาจำหน่าย 7,799,000 บาท
Land Rover Defender 110 Trophy Edition มาพร้อมแพ็กเกจ Defender Care ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งครอบคลุมการรับประกันคุณภาพ การบำรุงรักษาตามระยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ Defender 110 Trophy Edition จำนวนจำกัดเพียง 10 คันในประเทศไทย
ทุกการจำหน่ายรถยนต์ Defender 110 Trophy Edition จำนวน 1 คัน จะร่วมบริจาคเงินจำนวน 50,000 บาท ในนามของผู้ซื้อรถยนต์ให้แก่มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในโครงการดูแลสุขภาพช้าง การจัดหาอาหารและยารักษาโรค ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาและงานวิจัยด้านการอนุรักษ์ช้างไทยในระยะยาว สะท้อนแนวคิดของ Defender ที่เชื่อว่าการผจญภัยที่แท้จริงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปกป้องโลกอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ The New Defender MY26 ได้เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดดเด่นด้วยเฉดสีภายนอกใหม่ล่าสุด ได้แก่ Borasco Grey สีเทาเมทัลลิกเปล่งประกาย ได้แรงบันดาลใจจากประกายแร่เงินในเหมืองโบราณของรัฐแคลิฟอร์เนีย สะท้อนพลังและความโดดเด่นในแบบ Defender และ Woolstone Green สีเขียวเข้มอันทรงเสน่ห์ ถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติแห่งสหราชอาณาจักร ด้านการออกแบบภายนอกได้รับการปรับใหม่ในหลายรายละเอียด อาทิ แผงฝากระโปรงทรง “Squircles” ที่สื่อถึงความแข็งแกร่งในทุกรายละเอียด รูปทรงโคมไฟหน้าใหม่พร้อมวงแหวนเรืองแสง สัญลักษณ์ Land Rover Oval สีดำใหม่ กันชนล่างดีไซน์ใหม่ และไฟท้ายสีเข้ม เสริมภาพลักษณ์ความบึกบึนและร่วมสมัยอย่างลงตัว ขณะที่ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 13.1 นิ้ว พร้อมตำแหน่งเกียร์ใหม่ตามหลักสรีรศาสตร์ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Intelligent Safety อาทิ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Monitor) เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง











