-
CHANG-AN ลงทุน 10,000 ล้านตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทย
May 19, 2025CHANG-AN Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ เปิดโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง (CHANG-AN Automobile Rayong Factory) ปักธงฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรแห่งแรกในต่างประเทศ ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย มูลค่าการลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 250 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับดำเนินการผลิตอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมประกอบตัวถัง, การพ่นสี, การประกอบเครื่องยนต์ และการประกอบแบตเตอรี่ มีกำลังการผลิตเริ่มต้น 100,000 คันต่อปี โดยใช้หุ่นยนต์ 39 ตัวในพื้นที่เชื่อมประกอบตัวถัง และใช้หุ่นยนต์ 29 ตัวสำหรับกระบวนการพ่นสีที่ต้องอาศัยความละเอียดสูงเพื่อให้สีบนตัวรถมีความทนทานมากกว่า 10 ปี พร้อมทั้งลดการปล่อยมลภาวะได้ถึง 40% นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบอัตโนมัติ 18 ระบบและแบบกึ่งอัตโนมัติ 125 ระบบ จึงสามารถผลิตรถยนต์หลายรุ่นที่ใช้ระบบส่งกำลังต่างกันได้พร้อมกัน ทั้งยังมีระบบดิจิทัลช่วยให้ดำเนินงานและจัดการผ่านออนไลน์ได้ 100% ลดระยะเวลาจากการสั่งซื้อถึงการส่งมอบจาก 21 วันเหลือเพียง 15 วัน โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 200,000 คันในเฟสที่สอง โรงงานแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและกระบวนการทำงานที่ทันสมัยและปล่อยคาร์บอนต่ำ โดย CHANG-AN มีแผนที่จะติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 14 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึง 45% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในโรงงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยส่วนประกอบที่ส่งเสริมความยั่งยืนอีกมากมาย อาทิ ระบบระบายอากาศหมุนเวียน, ระแนงระบายความร้อน, การใช้แสงธรรมชาติ, และระบบรีไซเคิลน้ำฝน คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนพลังงานลง 20% นอกจากนี้ การเปิดโรงงานยังจะสร้างโอกาสการจ้างงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย CHANG-AN มีแผนที่จะเปิดตัวรถใหม่อีก 12 รุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งหมดจะเป็นยานยนต์พลังงานใหม่เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างคลังอะไหล่สำหรับตลาดรถพวงมาลัยขวา โดยเมื่อแล้วเสร็จจะเก็บชิ้นส่วนได้ถึง 98% ของจำนวนอะไหล่ทั้งหมด และมีเป้าหมายในการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังจะอัปเกรดแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อให้พร้อมมอบบริการได้แบบเรียลไทม์ผ่านระบบอัจฉริยะทั้งการควบคุมยานพาหนะ, การบำรุงรักษา, การตรวจสอบแบตเตอรี่ และการเช็คสภาพจากระยะไกล CHANG-AN มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยในปี 2567 ที่ผ่านมามียอดขายถึง 2.68 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในจำนวนดังกล่าวป็นรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 735,000 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 52.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า CHANG-AN วางเป้าหมายที่จะมียอดขาย 5 ล้านคันต่อปีภายในปี 2573 โดยที่ 3 ล้านคันของจำนวนดังกล่าวจะเป็นยานยนต์พลังงานใหม่ การเปิดโรงงานที่จังหวัดระยองจึงไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของ CHANG-AN ที่มีต่อประเทศไทยและตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังจะช่วยส่งเสริมการเติบโตในภูมิภาคให้กับบริษัทอย่างยั่งยืน […]
-
“คิมเบอร์ลี่ – ต่อ ภัทรกุล” ร่วมจุดประกายพลังบวกกับแคมเปญ “น้ำหนักที่ดีต่อใจ เริ่มได้ที่เรา”
May 18, 2025ใครว่าการดูแลสุขภาพต้องยากและน่าเบื่อ? ล่าสุด โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) บริษัทชั้นนำด้านสุขภาพระดับโลก ชวนคนดังและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันจุดประกายพลังบวกครั้งใหม่ เสิร์ฟแคมเปญ “From my Weight To my Heart” น้ำหนักที่ดีต่อใจ เริ่มได้ที่เรา เพราะการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนไม่ได้เน้นแค่เรื่องตัวเลขบนตาชั่ง แต่ยังส่งผลไปถึงสุขภาพหัวใจที่ดีด้วย ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การพูดคุยบนเวทีจาก 2 เซเลบริตี้ต่างวงการอย่างนักแสดงสาว คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส และ ต่อ-ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี ผู้ร่วมก่อตั้งคลินิกเสริมความงาม มาร่วมถกประเด็นสุขภาพกันแบบสนุกๆ ในหัวข้อ “น้ำหนักที่ดีต่อใจ เริ่มได้ที่เรา” ทั้งคู่มาร่วมแชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน และสุขภาพดี (Healthy Weight Loss) โดยมีสาวสวยมากความสามารถ “ดาว- ณัฐภัสสร สิมะเสถียร” ดำเนินการพูดคุย คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เล่าประสบการณ์การดูแลตัวเองว่า “เป็นคนให้ความสำคัญกับรูปร่างและสุขภาพมาก เพราะเป็นภาพลักษณ์แรกที่ผู้คนจะได้พบเห็นเรา เมื่อรูปร่างดีก็มีความมั่นใจในการแต่งตัว ทำกิจกรรมต่างๆ แต่มากกว่านั้นคือการส่งผลดีต่อสุขภาพ คิมเคยผ่านการลดน้ำหนักมาหลายรูปแบบ แต่สุดท้ายพบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเองนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จิตใจที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นตั้งใจจะทำให้ทุกคนไปสู่เป้าหมายได้ […]
-
CHERY ประกาศเตรียมเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่น พร้อมศูนย์บริการ 30 แห่ง!
May 18, 2025CHERY ประกาศวิสัยทัศน์ในงาน Next Era Mobility: TECH DAY by CHERY and OMODA & JAECOO เตรียมเปิดแบรนด์และรุกตลาดเต็มตัวในปีนี้ ภายใต้กลยุทธ์ “To Be the Top Choice for Global Family-Oriented Consumers” เน้นเจาะกลุ่มครอบครัวทั่วโลก ล่าสุดเผยแผนสร้างแบรนด์ที่จะใช้ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญในอาเซียน พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างฐานการผลิตที่ จ.ระยอง เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ CHERY Tiggo 8, CHERY V23 (iCAR V23), CHERY Tiggo Cross และ CHERY Tiggo 7 และเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศไทย 30 แห่งภายในปีนี้ จิม ลี ผู้อำนวยการ แบรนด์ เชอรี (ประเทศไทย) เผยว่า “CHERY ตั้งเป้าวางตำแหน่งแบรนด์ผ่านคำสำคัญ คือ“Conquer & Guard” ซึ่งสื่อถึงปรัชญาการออกแบบรถยนต์ที่มอบทั้งสมรรถนะในการพิชิตทุกเส้นทางการเดินทาง พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุม เพื่อความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และครอบครัว โดยแนวคิดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ CHERY ในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพการขับขี่และการปกป้องผู้โดยสารในทุกการเดินทาง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในตลาดรถยนต์ที่มุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ” ชูเทคโนโลยีไฮบริดล้ำยุค No.1 Hybrid Technology: CSH (Chery Super […]
-
สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัวเมนูใหม่พร้อมเสิร์ฟ Gen Z
May 17, 2025สตาร์บัคส์ ประเทศไทย รีเฟรชประสบการณ์ใหม่ กับการเปิดตัวแคมเปญเครื่องดื่ม ‘Gen Z’ ใหม่ล่าสุด ณ สยามสแควร์วัน แลนด์มาร์กสุดฮิตของชาว Gen Z โดยเมนูใหม่ในครั้งนี้ประกอบด้วยเครื่องดื่มกลุ่มนัทตี้ ครีม ครั้นช์ และ พีช แอพริคอต คอฟฟรูติ ที่ผสมผสานเอกลักษณ์กาแฟของสตาร์บัคส์เข้ากับความทันสมัย ในงานยังได้กรี๊ด แจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย ศิลปิน T-Pop ที่มาร่วมสร้างสีสันด้วยการแสดงสุดพิเศษที่สะท้อนความสดใสและมีชีวิตชีวาตามสไตล์ Gen Z ภายในงานยังมีการเปิดตัวมาสคอตแบริสต้า (Bearista) ครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย สตาร์บัคส์ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจและสร้างความผูกพันกับลูกค้าในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Gen Z ที่มีบทบาทโดดเด่นในปัจจุบัน ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Gen Z ชื่นชอบสินค้าที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟ ลิมิเต็ดอิดิชั่น และยังชอบประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดเป็นเรื่องราวผ่านภาพได้อย่างสวยงาม สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ชีวิตติดคอนเทนต์ สตาร์บัคส์จึงได้รังสรรค์เครื่องดื่มใหม่ 2 เมนูพิเศษ กลุ่มนัทตี้ ครีม ครั้นช์ มีให้เลือกทั้งแบบอเมริกาโน่และลาเต้ คิดค้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Dessert in a […]
-
ททท. “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” พร้อมเสิร์ฟโปรเด็ดเที่ยวหน้าฝน
May 15, 2025ททท. เปิดโครงการ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” พร้อมเสิร์ฟ 12 แคมเปญ โปรเด็ดเที่ยวหน้าฝนเจาะกลุ่ม Sub-Culture กระตุ้นเศรษฐกิจ 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวทั่วไทยช่วงกรีนซีซัน ตั้งเป้าสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการเมืองน่าเที่ยว Year of Celebration เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วง Green Season 2568 โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ผลักดันเมืองน่าเที่ยวให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ สร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยมุ่งสู่เป้าหมายในปี 2568 สร้างรายได้จำนวน 1.17 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยว 205 ล้านคน-ครั้ง ด้วยแนวคิด City […]
-
โปรนี้ต้องลอง ‘ดอน จิโอวานนี’ คอร์สอาหารอิตาเลียนเริ่มต้น 599
May 8, 2025“เที่ยงนี้กินอะไรดี” ถ้ายังนึกไม่ออกเราขอแนะนำ ‘ห้องอาหารดอน จิโอวานนี’ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เราอยากชวนเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนมาเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารอิตาเลียนในบรรยากาศหรูหราในมื้อเที่ยง พร้อมการรังสรรค์เมนูพิเศษโดย ‘เชฟอิม’ เชฟประจำห้องอาหารผู้มากด้วยความสามารถ โปรโมชันคอร์สเมนูมื้อเที่ยงมีให้เลือก 2 คอร์สในราคาเพียง 599 บาทสุทธิ และ 3 คอร์สในราคาเพียง 799 บาทสุทธิ ซึ่งคัดสรรเมนูที่หลากหลายและลงตัวในทุกสัมผัส อาทิ • ซุปครีมกุ้งล็อบสเตอร์ เนื้อเนียนละมุน หอมกลิ่นทะเล • สปาเก็ตตี้ผัดหอยลายและซูกินี่ซอสไวน์ขาว ให้รสชาติสดชื่น • กุ้งลายเสือทอด เสิร์ฟพร้อมผักร็อคเก็ตและซอสส้มผสมน้ำมันคามีเลีย • เนื้อวัวส่วนหน้าท้องย่าง เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดทรัฟเฟิล รสเข้มข้น • ทีรามิสุรสส้มสไตล์อิตาลี สร้างมิติใหม่ของขนมหวาน • พานาคอตต้าราดซอสเบอร์รี่ รสเปรี้ยวหวานที่ลงตัว นอกจากนี้ ยังมีเมนูอิตาเลียนเลิศรสอีกมากมาย 🤩 ที่พร้อมให้บริการ ที่ ห้องอาหารดอน จิโอวานนี ชั้นล็อบบี้ โรงแรมเซ็นทารา […]
-
GWM ทุ่ม 2,300 ล้านบาท ตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
May 6, 2025GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 นอกจากจะได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานทั่วโลกด้วยทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก GWM ยังได้ประกาศ 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกอีกด้วย ได้แก่ 1.) ยกระดับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พร้อมตอบความต้องการในทุกตลาดด้วยนวัตกรรมที่หลากหลายและครอบคลุม 2.) พัฒนานวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าและหลากหลายของตนเองเพื่อผู้ใช้ทั่วโลก 3.) สร้างระบบนิเวศร่วมกับชุมชนทั่วโลก พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านหยวน (2,300 ล้านบาทโดยประมาณ) เพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งหมดนี้ คือการมุ่งสร้างการเติบโตในระดับสากลของ GWM เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มอบประสบการณ์อัจฉริยะในการเดินทางเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมกว่าและเหนือกว่าในทุกมิติอย่างแท้จริง มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ภารกิจของ GWM คือการก้าวข้ามขีดจำกัดในทุกมิติ เพื่อมอบยนตรกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยในครั้งนี้บริษัทฯ มาพร้อมกับ 3 กลยุทธ์สำคัญที่กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย การพัฒนาและผลิตเครื่องยนต์อย่างครบวงจร รวมทั้งการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุก ๆ ด้าน GWM จะยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์ยานยนต์ที่สอดคล้องกับแนวคิด ‘เทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยความรัก และโลกที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต” (Tech With More Love. World With More Life) เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก” กลยุทธ์สำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของ GWM ประกอบด้วย Consistency & Diversity: GWM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในระดับโลกผ่านกลยุทธ์ “มาตรฐานระดับโลกควบคู่กับการปรับให้เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น” (Global Standards + Local Customization Strategy) โดยมุ่งยกระดับทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของรถยนต์ตามมาตรฐานสากล […]
-
Petal Map ประสบการณ์การเดินทางที่แม่นยำกับ GWM HAVAL H6
Apr 21, 2025GWM ชวนเปิดประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตผ่าน ALL NEW GWM HAVAL H6 หลังจากการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ HUAWEI HMS for Car ซึ่งได้พลิกโฉมทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยกับการติดตั้งระบบแผนที่นำทางอัจฉริยะ Petal Map ที่ไม่เพียงแค่พาผู้ขับขี่ไปถึงจุดหมาย แต่ยังเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางที่เหนือกว่า ทั้งความแม่นยำ เรียลไทม์ ล้ำสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในทุกการเดินทาง ทุกเส้นทาง 3 ไฮไลต์สำคัญของ ALL NEW GWM HAVAL H6 ด้วย Petal Map ไฮไลต์ที่ 1: การนำทางสมจริงระดับเลน (Immersive lane-level navigation experience) ที่มีอยู่ใน ALL NEW GWM HAVAL H6 ได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แม่นยำและเหนือชั้นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่บอกทางแต่ยังแสดงภาพเสมือนจริงแบบเต็มหน้าจอที่รวมทุกรายละเอียดสำคัญไว้อย่างครบถ้วน ทั้งจำนวนช่องทางเดินรถ ทิศทางการเลี้ยว เส้นแบ่งเลน และป้ายจำกัดความเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับโลกการขับขี่ในมุมมอง 3 มิติ (3D mode) ที่จำลองอาคารและจุดสังเกตสำคัญรอบตัว เมื่อ ALL NEW GWM HAVAL H6 […]
-
GWM รุกตลาดส่งออกเต็มพิกัดเสริมกำลังการผลิต ณ โรงงาน GWM ระยอง
Apr 20, 2025ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการผลิตรถยนต์หลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกประเภทพลังงานจากโรงงานอัจฉริยะ (GWM Smart Factory) ในจังหวัดระยอง เพื่อขยายการส่งออกสู่ตลาดโลก ที่สำคัญในเดือนเมษายน GWM (Thailand) เตรียมส่งออกเจ้าเหมียวไฟฟ้า NEW GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทยสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรก โดยจะส่งออกไปยังประเทศบราซิล ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อีกด้วย ก่อนหน้านี้ GWM (Thailand) ได้มีการส่งออกรถยนต์เอสยูวีไปยังประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามมาแล้ว โดยได้ส่งออกรถยนต์รุ่น GWM TANK 300 HEV, GWM TANK 500 HEV และ GWM HAVAL H6 HEV ไปยังประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ประเทศเวียดนาม ได้ส่งออกรถยนต์ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ GWM HAVAL H6 HEV และ GWM HAVAL JOLION HEV ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประเทศดังกล่าว ทั้งหมดนี้ คือ การสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของ GWM […]
-
5 จุดต้องเช็กหลังเดินทางไกล!
Apr 18, 2025เทศกาลสงกรานต์จบลงแล้ว แต่ภารกิจของคนรักรถยังไม่จบ หลังจากรถพาคุณและครอบครัวลุยเส้นทางไกลมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะตอบแทนรถคันโปรดด้วยการดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อให้พร้อมใช้งานได้เต็มสมรรถนะในทุกการเดินทางครั้งต่อไป งานนี้ฟอร์ดจะมาแนะนำ 5 จุดเช็กสำคัญที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้าม พร้อมนวัตกรรมและแพ็กเกจบริการหลังการขายที่ช่วยมอบความอุ่นใจเรื่องค่าใช่จ่ายที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว 5 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบหลังการเดินทางไกล ได้แก่ อย่ามองข้ามน้ำมันเครื่อง: สภาพอากาศร้อนและการเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ระบบเครื่องยนต์ทำงานหนัก ควรตรวจสอบทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำมันเครื่อง เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ของเหลวต่างๆ ต้องพร้อม: ตรวจสอบและเติมน้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก และน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งหน้า เช็กเบรกให้มั่นใจ: ตรวจสอบผ้าเบรกและน้ำมันเบรก โดยเฉพาะหากขับผ่านเส้นทางขึ้นเขาหรือการจราจรที่คับคั่ง ทั้งนี้การขับขี่ที่ใช้เบรกบ่อยหรือขับรถเร็ว อาจทำให้ผ้าเบรกหรือยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ ช่วงล่างต้องพร้อมลุย: ตรวจสอบโช้คอัพและชิ้นส่วนช่วงล่างหลังผ่านเส้นทางขรุขระหรือการบรรทุกสัมภาระหนัก เช็กลมยางและดอกยาง: เช็คความดันลมยางและสภาพดอกยาง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และช่วยประหยัดเชื้อเพลิง การตรวจเช็ก 5 จุดข้างต้นหลังการเดินทางไกลจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือมาตรฐาน เจ้าของรถฟอร์ดสามารถมั่นใจในมาตรฐานการบริการจากศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานระดับโลก และอุปกรณ์วิเคราะห์ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำ โดยฟอร์ดมีระบบ Intelligent Oil-Life Monitor (IOLM) ที่คอยตรวจวัดคุณภาพน้ำมันเครื่องแบบเรียลไทม์ ซึ่งหากระบบแจ้งเตือนที่ระดับ 5% เจ้าของรถควรนำรถเข้าตรวจเช็กภายใน 2 สัปดาห์ หรือ 800 กิโลเมตร ช่วยให้ลูกค้ารถฟอร์ดวางแผนการเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชัน FordPass ที่ให้ลูกค้าตรวจสอบสถานะของรถยนต์ได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย คุ้มค่ากว่า ด้วยโปรแกรมดูแลรถที่คิดมาเพื่อเจ้าของรถตัวจริง รถยนต์ฟอร์ดมีระยะการเข้าศูนย์บริการที่นานกว่ารถทั่วไป โดยกำหนดไว้ที่ทุก 15,000 กิโลเมตรหรือ 12 เดือน พร้อมโปรแกรม ‘น้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (Oil Save Pack – OSP)’ ที่ช่วยประหยัดเพิ่มขึ้นถึง 11%[1] เมื่อซื้อเป็นแพ็กเกจสำหรับการเข้ารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับรถที่หมดระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่แล้ว ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดคุ้มด้วยโปรแกรม ‘ชุดน้ำมันเครื่องราคาประหยัด (Eco OSP)’ เพิ่มทางเลือกน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ […]
-
เอ็มจี จับมือ UNEX EV ทำลายขีดจำกัดเรื่องการชาร์จไฟ!
Apr 11, 2025บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ UNEX EV ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้ก้าวล้ำอีกขั้น หลังเผยแผนส่งรถยนต์ไฟฟ้าเอ็มจีที่รองรับแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาเพียง 3 นาที โลดแล่นบนถนนเมืองไทยปลายเดือนเมษายนนี้ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรถไฟฟ้าให้สอดรับต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Technology) เป็นอีกหนึ่งแนวทางการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า สู่การขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและทำให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นในกลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่จะใช้เวลาสลับแบตเตอรี่ที่สถานีเพียง 3 นาทีเท่านั้น ขณะที่ระยะทางการขับขี่ยังคงเท่าเดิม โดย NEW MG EP PLUS วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 380 กิโลเมตร และ NEW MG MAXUS 7 วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อีกทั้งเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ยังช่วยเพิ่มความสะดวก ในการใช้งาน ลดเวลาในการจอดชาร์จ […]
-
GWM (Thailand) เผย 4 กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2025
Apr 11, 2025จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นั้น ปัจจัยความสำเร็จมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านของ GWM ซึ่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถึงความสำเร็จขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทย ผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีความหลากหลาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในกลุ่มผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด “ONE GWM” และ “GWM Go With More” สู่การมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) โดย GWM จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ทุกรายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างความรู้ด้านการขายและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตและมั่นคงไปพร้อมกัน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรภายใต้หลักการ SMART ประกอบไปด้วย Simple (สะดวก), Modern (ทันสมัย), Attention (ใส่ใจ), Reliable […]
Latest
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
77
78
79
80
81
82
83
84
85
86
Load more
Loading ...






